ผมคือผู้บริหารคน!
Home / ข่าวฟุตบอลต่างประเทศ / ราล์ฟ รังนิค “จริงๆแล้วผมคือผู้บริหาร (คน)”

 

ราล์ฟ รังนิค “จริงๆแล้วผมคือผู้บริหาร (คน)”

ผมคือผู้บริหารคน

ผมคือผู้บริหารคน 6 เดือนสำหรับการกู้วิกฤติในตำแหน่งผู้จัดการทีมและอีก 2 ปีสำหรับการนั่งแท่นเป็นที่ปรึกษานี่คือ road map ระยะสั้นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่รอเปิดตัว ราล์ฟ รังนิค “เดอะ โปรเฟสเซอร์”

ความรู้สึกแรกของ “เร้ดอาร์มี่” เมื่อรับรู้ข่าวนี้ราวๆ 4 ทุ่มบ้านเราเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมาย่อมรู้สึกอุ่นใจโดยอัตโนมัติเพราะปรมาจารย์วัย 63 ปีถือเป็น “ต้นแบบ” ของระบบ “เกเก้นเพรส” ที่จะต้องแย่งบอลกลับมาหลังเสียการครองบอลมากกว่าการลงไปตั้งรับเหมือนทีมอื่นๆ

DNA ที่ว่านี้ถูกแผ่กระจายจนกำเนิดโค้ชรุ่นใหม่ฝีมือดีไม่ว่าจะเป็น เยอร์เก้น คล็อปป์ (ลิเวอร์พูล), โธมัส ทูเคิ่ล (เชลซี), จูเลียน นาเกิ้ลส์มันน์ (บาเยิร์น มิวนิค) และ ราล์ฟ ฮาเซนฮุตเทิ่ล (เซาแธมป์ตัน)

แค่ยกตัวอย่างดังกล่าวฝันสวยๆก็ลอยเข้ามาในหัวทันทีสำหรับ “ปีศาจแดง” ในยุค new era Usun88 ดูได้จากกระแสโซเชี่ยลที่กระหน่ำเชิดชู รังนิค แทบไม่ขาดสาย

แต่ช้าก่อน…6 เดือนสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีมชั่วคราวต่อให้คนมีฝีมือยิ่งใหญ่คับโลกมาจากไหนคงไม่สามารถเสกทุกอย่างให้เปลี่ยนแบบพลิกแผ่นดินได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็น 6 เดือนที่เกิดขึ้นระหว่างฤดูกาลที่มีแมทช์เตะสุดสัปดาห์และกลางสัปดาห์ทำให้การฉีดแท็คติกส์และการลองผิดลองถูกมันแตกต่างจากช่วงปรีซีซั่นแน่นอน

อย่างไรก็ตามประเด็นคือแคแรคเตอร์ของ “เดอะ โปรเฟสเซอร์” แกชอบงานเบื้องหลังที่เน้นวางรากฐาน/บริหารคนมากกว่าการคุมทีม

นักเตะอย่าง หลุยส์ กุสตาโว, เดมบ้า บา, ซาดิโอ มาเน่ นาบิล เกอิต้า และ ติโม แวร์เนอร์ ก็มาจากการค้นพบของ รังนิค

คือปรัชญาหรือระบบในสนามแกมีองค์ความรู้ขั้นเทพอยู่แล้วแต่คนเราเมื่อถึงจุดๆนึงจะรู้ว่าศักยภาพLisabetของตัวเองสามารถหยิบจับเชื่อมต่อกันให้เกิดประสิทธิภาพได้มากกว่าการสั่งการอยู่ในสนาม

จากผลงานที่ทำไว้กับ เร้ดบุล ซัลซ์บวร์ก และ อาร์แบ ไลป์ซิก ในตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสร (รับ 2 งานในเดือนมิถุนายน 2012 พร้อมกัน) โดยเฉพาะรายแรกเขาวางรากฐานให้สโมสรจาก ออสเตรีย ตั้งแต่คว้านักเตะโนมเนมและพัฒนาระบบเยาวชนและวางเครือข่ายแมวมองไปทั่วโลกพร้อมใส่ปรัชญาการเล่นเกมรุกครอบคลุมทั้งสโมสร

ด้วยเหตุนี้ทำให้ระหว่างการดำรงแหน่งของเขา ซัลซ์บวร์ก มีมูลค่าทางการตลาดพุ่งกระจายแบบสุดขีดจาก 120 ล้านทะลุ 1.2 พันล้านยูโรส่วน ไลป์ซิก ถึงจุดพีคเมือปี 2019 ด้วยมูลค่าราว 270 ล้านยูโร

ด้วยฝีไม้ลายมือที่ถนัด “ปั้น” มากกว่า “ซื้อ” ทำให้ทั้ง 2 สโมสรฟันกำไรจากการซื้อขายอย่างถล่มทลายก่อนนำมาสู่การเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายพัฒนาในปี 2019 จนกระทั่งอำลา ซัลบวร์กในปี 2020

จริงๆแล้ว รังนิค แจ้งเกิดในฐานะเฮดโค้ชตั้งแต่ผลงานพา ฮันโนเวอร์ 96 ขึ้นมาเล่นใน บุนเดสลีกา สล็อตเครดิตฟรีหลังหล่นไปนาน 13 ปีทันทีที่เข้ารับตำแหน่งเมื่อปี 2001

ก่อนมาคว้ารองแชมป์ บุนเดสลีกา กับ ชาลเก้ 04 และคว้าแชมป์ เดเอฟเบ โพคาลเมื้อปี 2011 ซึ่งเป็นโทรฟีย์เมเจอร์เดียวที่ได้ในฐานะผู้จัดการทีม

แต่ที่สร้างชื่อจนถึงทุกวันนี้คือใช้เวลา 2 ฤดูกาลก่อนพา “หมู่บ้านสมหวัง” ฮอฟเฟ่นไฮม์ เล่นใน บุนเดสลีกา 2 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรในซีซั่น 2007-08 และอยู่ได้แค่ปีเดียวก็เข้าเกียร์สัมผัสกับบุนเดสลีกาหนแรกในฤดูกาลถัดมาทันที

รังนิค กับ “ปีศาจแดง” ไม่ใช่เรื่องใหม่หรืออาจจะพูดได้ว่าเป็นคนเคยๆเพราะเมื่อปี 2019 จอห์น เมอร์ทัฟ ผู้อำนวยการสโมสร “คนแรก” ของ ยูไนเต็ด เคยเข้าถกเพื่อกล่อมให้ “เดอะ โปรเฟสเซอร์” เป็นกุนซือมาหนนึงแล้ว

แม้กระทั่ง เมอร์ทัฟ (ที่มีตำแหน่งในตอนนั้นคือหัวหน้าฝ่ายพัฒนาฟุตบอล)เคยเดินทางไปยังดูงานที่อณาจักรของกลุ่ม เร้ดบุล Admclub24จนประทับใจการสร้างสโมสรจาก tier 5 ขึ้นมาสู่ลีกสูงสุดภายใน 8 ปีทั้งๆที่ ไลปซิก ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2009 ด้วยการซื้อสิทธิ์มาจากสโมสร SSV Markranstädt

ตลอดการคุยอย่างยาวนาน 8 ชั่วโมงทำให้ เมอร์ทัฟ มั่นใจว่า รังนิค คือคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสโมสรหรือที่พวกเราเรียกติดปากกันว่า DOF (director of football)

ฟาบริซิโอ โรมาโน่ นักข่าว tier 1 ทวิตเอาไว้น่าสนใจมากคือเหตุที่ รังนิต “ตอบรับ” เข้ารับเผือกร้อนจนกระทั่งจบฤดูกาลทาง ยูไนเต็ด ต้องระบุเงื่อนไขให้เขามีตำแหน่งที่ปรึกษาโดยมีอำนาจในการตัดสินใจซึ่งรวมถึงดีลการซื้อขาย

แน่นอนครับ “ปีศาจแดง” โอเคพร้อมสัญญา 2 ปีและกำลังรอเวิร์คเพอร์มิตหรืออใบอนุญาตทำงานส่วนการเจรจาจ่ายค่าฉีกสัญญาให้ โลโคโมทีฟ มอสโกว์ ที่เหลืออยู่ 2 ปีไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ

เกมแรกของ รังนิค คาดว่าจะเป็นเกมในบ้านพบ อาร์เซนอล ในวันพฤหัส หรือไม่ก็อีก 3 วันต่อมาเจอ คริสตัล พาเลซ ในบ้านอีกเช่นเดิม นั่นหมายความว่า ไมเคิ่ล คาร์ริค จะรับหน้าที่เจอของหนักกับ เชลซี ในวันอาทิตย์นี้ไปก่อน

ดีลนี้ผมว่าวินวินกับทุกฝ่ายเพราะ รังนิค เองจะได้ทำงานที่ถนัดคือ “พัฒนา” และ “เจรจา” ในขณะที่ ยูไนเต็ดแทงบอลออนไลน์ ได้คนมีประสบการณ์เข้ามาขัดตาทัพเพื่อรอเฟ้นหา “ตัวจริง” ช่วงซัมเมอร์ (ที่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าสละเรือมารับงาน)

หากมองในแบบ “โคนัน” แบบคนขี้สงสัยว่าการให้สัญญา 6 เดือนเป็นอะไรที่มีแผลเหวอะน้อยสุดเพราะติ๊ต่างว่า รังนิค คุมทีมไม่เวิร์คก็จบแค่นั้นหาคนใหม่ตามแผน รักษาหน้าไปในตัวแต่ถ้าเกิดไปได้สวยและเจ้าตัวสนุกกับงานนี้ก็ขยายเพิ่ม (เหมือนเฮียยิ้ม ฮา)

เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา รังนิค เคยให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการทำทีมของเขาเอาไว้ “คล้ายคลึงหรือแทบจะเหมือนกับ เยอร์เก้น คล็อปป์”

และให้ความสำคัญต่อลูก “เซ็ตพีซ” เอามากๆจนมีการเก็บสถิติเอาไว้ว่าทุกๆประตูภายใต้การคุมทีมของ “บิดาแห่งเกเก้นเพรส” มาจากลูกตั้งเตะ 30%

พิจารณาจากแท็คติกส์ของ รังนิค แล้วเชื่อว่าการ “เพรส” จะเป็นระบบและทุกคนมีหน้าที่ชัดเจนพร้อมเพรียงมากขึ้น+เข้มข้น มากกว่าเพรสแบบหลวมๆจนเป็นจุดอ่อนในยุคของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันที่แพ้ ลิเวอร์พูล 5-0

สุดท้ายแล้วจะเข้ารับตำแหน่งอะไรก็ตาม ผมมองว่าการมาของ “เดอะ โปรเฟสเซอร์” ณ โอลด์แทรฟฟอร์ดคาสิโนออนไลน์ หนนี้จะส่งผลระยะยาวมากกว่าการดีลที่มาแล้วก็จบๆไปเหมือนกุนซือคนอื่นๆไม่ว่าจะเป็น เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กัล, โจเซ่ มูรินโญ่ หรือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์

ดังที่เจ้าตัวเคยกล่าวเอาไว้เมื่อปี 2018 แบบได้ใจความเอาไว้ว่า

“งานของผมคือยกระดับนักเตะ ผู้เล่นจะปฏิบัติตามคุณหากพวกเขาสัมผัสได้ว่าคุณสามารถผลักดันให้เขาเก่งขึ้นกว่าเดิมได้”

“นี่คือแรงกระตุ้นที่ดีเลิศและตรงไปตรงมาที่สุดแล้ว”

หากท่านมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Andaman888
หรือ Line : @Andaman888
ทาง Andaman888 ยินดีให้บริการกับท่านตลอด 24 ชั่วโมง

Check Also

“ซาลาห์” คิงออฟแอนฟิลด์ สร้างสถิติอีกแล้ว! จ่อเป็นปีที่ดีที่สุดในสีเสื้อลิเวอร์พูล

โมฮาเหม็ด ซาลาห …